ตัวอย่างสำหรับอ้างอิง (Reference Collection)

      ตัวอย่างสำหรับอ้างอิง เป็นส่วนของตัวอย่างสิ่งมีชีวิตทั้งพรรณพืชและพันธุ์สัตว์ ที่มีการเก็บรวบรวมและจำแนกชนิดอย่างเป็นระบบ เพื่อให้นักศึกษา นักวิจัย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้ใช้เป็นแหล้งศึกษา เทียบเคียงตัวอย่าง นำไปสู่การผลิตงานวิจัย และสร้างองค์ความรู้ด้านธรรมชาติวิทยา

      ส่วนของพิพิธภัณฑ์พืช มีตัวอย่างพืชเก็บรวบรวมไว้และจำแนกอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะพืชที่พบในคาบสมุทรไทย ประมาณ 25,000 ตัวอย่าง ได้รับงบประมาณจากโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อจัดทำฐานข้อมูลพรรณไม่ทั้งหมดที่มีอยู่ในพิพิธภัณฑ์พืชรวมทั้งภาพประกอบจัดเขียนลงในรูปแผ่นซีดี รวมทั้งสิ้น 100 แผ่น

      พิพิธภัณฑ์พืชแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ พิพิธภัณฑ์เดิมซึ่งตั้งอยู่ ณ ชั้น 4 อาคารภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ เก็บตัวอย่างพืชชั้นสูงทั่วไป และพิพิธภัณฑ์ใหม่ซึ่งตั้งอยู่ ณ อาคารพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา 50 พรรษา สยามบรมราชกุมารี เก็บตัวอย่างสาหร่าย และฟอสซิลพืช

      สำหรับตัวอย่างสัตว์สำหรับอ้างอิงจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบในอาคารที่เชื่อมต่อกับส่วนนิทรรศการ นอกจากนี้ในพิพิธภัณฑ์ทั้งในส่วนที่เก็บตัวอย่างพืชและเก็บตัวอย่างสัตว์ ยังเป็นที่เก็บตัวอย่างต้นแบบ (Type Specimen) ที่เป็นชนิดใหม่ของโลกอยู่หลายตัวอย่าง ทั้งในกลุ่มพืชดอก แพลงค์ตอนสัตว์ และปูน้ำจืด ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่พบในคาบสมุทรไทย และค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานกับพิพิธภัณฑ์

พืชต้นแบบ
Holotype

Boesenbergia rubrostriata C.Maknoi & K.Lasen
Paraboea uniflora Z.R.Xu & B.C.Burtt
Cleistocalyx phengklaii P.Chantaranothai & J.Parnell
Isotype
Paraboea tarutaoensis Xu & Burtt
Argostemma fasiculata Sridith & K.Larsen


สัตว์ต้นแบบ
Holotype

Johora thaiana Leelawathanagoon, Lheknim & Ng, 2005
Lecane kunthuleensis Chittapun, Pholpunthin & Segers, 2003
Paratype
Johora thaiana Leelawathanagoon, Lheknim & Ng, 2005
Lecane kunthuleensis Chittapun, Pholpunthin & Segers, 2003
Longiflagrum koyonensis Angsupanich, 2003
Pagurapseudopsis thailandica Angsupanich, 2001

สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกที่ค้นพบโดยนักวิจัยที่ทำงานกับพิพิธภัณฑ์

พืชดอก

(Angiosperm)

- Scaphoclamys obcordata Sirirugsa & K. Larsen

- Boesenbergia basispicata K. Larsen ex Sirirugsa

- Hedychium samuiense Sirirugsa & Larsen

- Argostemma monophyllum Sridith

- Argostemma rotundicalyx Sridith

- Argostemma  thaithongiae Sridith

- Argostemma  puffii Sridith

- Argostemma  lobulatum Geddes var. variabile Sridith

- Argostemma fasiculata Sridith & K. Larsen

แพลงก์ตอนสัตว์

(Zooplankton)

- Lepadella desmeti Segers & Chittapun, 2001

- Cephalodella songkhlaensis Segers & Pholpunthin, 1997

- Lecane kunthuleensis Chittapun, Pholpunthin & Segers, 2003

- Colurella sanoamuangae Chittapun, Pholpunthin & Segers, 2001

- Trichocerca siamensis Segers & Pholpunthin, 1997

- Keratella taksinensis Chittapun, Pholpunthin & Segers, 2002

- Colurella psammophila Segers & Chittapun, 1999

- Encentrum pornsilpi Segers & Chittapun, 2001

- Macrothrix pholpunthini Kotov, Maiphae & Sanoamuang, 2005

ครัสเตเชียน

(Crustacean)

- Johora thaiana Leelawathanagoon, Lheknim & Ng, 2005

 

รายละเอียดสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่

 

 

Scaphoclamys obcordata Sirirugsa & K. Larsen
ขาวกาหลง
Family Zingiberaceae

      ไม้ล้มลุก มีลำต้นใต้ดินแบบเหง้าทอดเลื้อย แต่ละยอดมีใบ 2-4 ใบและมีส่วนของกาบใบ ที่ไม่มีแผ่นใบ 2 อันประกบกันที่โคน ใบรูปร่างแบบไข่กลับ หรือรูปใบหอกกลับ ดอกมี 2-3 ดอก ต่อ 1 ใบประดับ กลีบเลี้ยงเชื่อม กลีบดอกเชื่อม ปลายแยก 3 แฉก กลีบดอกรูปร่างแบบรูปขอบขนาน แต่ละอันขนาดต่างกันเล็กน้อย มีเกสรตัวผู้ที่เป็นหมันสีขาว รูปร่างแบบรูปขอบขนาน เกสรตัวผู้ 1 อันเปลี่ยนเป็นกลีบปากสีขาว มีเรื่อสีเหลืองตรงกลาง รูปร่างแบบรูปหัวใจกลับ ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของพันธุ์ไม้ชนิดนี้

การกระจายพันธุ์: ไม้ถิ่นเดียวของจังหวัดนราธิวาส (น้ำตกปาโจ อุทยานแห่งชาติ
บูโด-สุไหงปาดี

      Rhizomatous herb, rhizome slender long creeping. Leaves 2-4 and 2 bladeless sheaths at base. Blads obobate to oblanceolate. Flowers usually 3 to each bract. Calyx fuse, corollalobes oblong, subequal. Staminodes white, oblong. Labellum white with pale yellow blotch at centre, obcordate.

Distribution: Endemic to Penninsular Thailand: Naratiwat (Pacho Water Fall, Budo-Sungai Padi National Park)

วารสารที่ตีพิมพ์ (Original Publication): Sirirugsa, P., Larsen, K. Nord. J. Bot. 11(1) 1991: 93-95.


ผู้ค้นพบ: ศาสตราจารย์ พวงเพ็ญ ศิริรักษ์ & Prof. Dr. Kai Larsen

กลับสู่รายชื่อ


   

Boesenbergia basispicata K. Larsen ex Sirirugsa
กระชายเขาหลวง
Family Zingiberaceae

      ไม้ล้มลุก ลำต้นยาวประมาณ 40-60 เซนติเมตร มีใบ 3-6 ใบ แผ่นใบรูปขอบขนานที่มักไม่เท่ากัน ปลายใบแหลม ช่อดอกออกจากลำต้นใต้ดิน ใบประดับสีแดงเข้ม มีเรื่อสีชมพู และขอบม้วนเข้า กลีบเลี้ยงสีเรื่อชมพู แฉกกลีบเลี้ยงสั้นปลายตัด กลีบดอกเชื่อมปลายแยกคล้ายกระเปาะ ปลายหยักมนไม่สม่ำเสมอ และเป็นรอยพับ

การกระจายพันธุ์: ไม้ถิ่นเดียวของเขาหลวง นครศรีธรรมราช

      Leafy stem c. 40-60 cm tall, bearing 3-6 leaves. Leaf blade oblong often unequal sided, apex acuminate. Inflorescence basal ascending from rhizome. Bracts dark lobes short, truncate. Corolla lobes elliptics. Staminode whitish, elliptic. Labellum ovate or suborbicular, saccate, apex irregularly crenate and crinkled.


Distribution: Endemic to Nakorn Si Thammarat: Khao Luang

วารสารที่ตีพิมพ์ (Original Publication): Sirirugsa, P. Nord. J. Bot. 7(4) 1987: 421-425


ผู้ค้นพบ: ศาสตราจารย์ พวงเพ็ญ ศิริรักษ์ & Prof. Dr. Kai Larsen

 

 

 

กลับสู่รายชื่อ

 

 

 

Hedychium samuiense Sirirugsa & Larsen
ตาเหินสมุย
Family Zingiberaceae

      ไม้ล้มลุก เกาะตามก้อนหินชื้นในลำธารน้ำไหล ลำต้นตั้งตรง สูงราว 1 เมตร แผ่นใบรูปร่างแบบรูปไข่แกมขอบขนาน ดอกสีขาว มี 3-5 ดอกต่อใบประดับ 1 อัน เกสรตัวผู้ที่เป็นหมันรูปร่างแบบใบหอกกลับแกมรูปลิ่ม เกสรตัวผู้ที่เป็นหมัน 1 อัน เปลี่ยนเป็นกลับปาก รูปร่างแบบรูปไข่ แกมรูปลิ่ม ที่มีโคนกลีบสอบสั้นคล้ายก้านกลีบ

การกระจายพันธุ์:ไม้ถิ่นเดียวของเกาะสมุยสุราษฎร์ธานี เป็นพันธุ์ไม้หายากใกล้สูญพันธุ์

      Leaf stem c. 1 m tall. Leaf blades elliptic-oblong. Flowers white 3-5 to each bract, corolla lobe linear. Staminodes oblanceolate-cuneate, labellum shortly claw, ovate-cuneate.


Distribution: Endemic to Koh Samui, Surat Thani

วารสารที่ตีพิมพ์ (Original Publication): Sirirugsa, P., Larsen, K. Nord. J. Bot. 15(3) 1995: 301-304.


ผู้ค้นพบ: ศาสตราจารย์ พวงเพ็ญ ศิริรักษ์ & Prof. Dr. Kai Larsen

 

กลับสู่รายชื่อ

 

 

Argostemma monophyllum Sridith
ใบเดียวดอกเดียว, ประดับหิน
Family Rubiaceae

            Perennail herbs, Stem erect, unbranched, 2.5-9 cm long. Leaves opposite, in one strongly anisophyllous pair, or in 2 pairs, then always a solitary leaf several times larger than the others and the internodes between leaves very short – pseudoverticillate, leaf blade chartaceous, elliptic or ovate, acute at base, acuminate at apex, large leaf c. 65-140 by 30-60 mm. Inflorescence terminal, in umbel-like or sometimes a lax + compound cyme. Corolla white, star-shape. Anters coherent into an anther cone, yellow, semi-medifixed, slightly sagittate.

Habitat: On moist rocks in ever-green forest.
นิเวศวิทยา:  บนหินที่ชุ่มชื้นในป่าดิบชื้น

Distribution: Endemic to eastern half of Thailand.
การกระจายพันธุ์ : เป็นพืชถิ่นเดียวของป่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกของประเทศไทย

Status: rare
สถานภาพ: พันธุ์ไม้หายากใกล้สูญพันธุ์

Author: Associate Prof. Dr.Kitichate Sridith
ผู้วิจัย: รองศาสตราจารย์ ดร. กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐ

Original Publiaction: Sridith. K. 1999. Four new species, a new variety, and a status change in Argostemma (Rubiaceae) from Thailand. Nord. J. Bot. 19(2): 171-173.

 

กลับสู่รายชื่อ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Argostemma rotundicalyx Sridith
ประดับหินพังงา
Family Rubiaceae

            Perennail herbs, Stem erect, unbranched, 5-12 cm long. Leaves opposite, in 2-3 pairs, internodes between leaves very short – pseudoverticillate, leaf blade membranaceous, elliptic, acute at base, acuminate at apex, c. 24-90 by 8-33 mm. Inflorescence terminal, 2-4 flowers, a lax scorpioid  cyme. Calyx-tube very short, calyx-lobe indistinct. Corolla white, star-shape with short tube. Anters coherent into a stout anther cone, yellow.

Habitat: On moist limestone rocks in ever-green forest..
นิเวศวิทยา:  บนหินปูนที่ชุ่มชื้นในป่าดิบชื้น

Distribution: Thailand: Surat Thani; Pang-Nga, Myanma: Moulmen.
การกระจายพันธุ์:     ประเทศไทย (พังงา สุราษฎร์ธานี) ประเทศพม่า (เมาะตะมะ)

Status: rare
สถานภาพ: พันธุ์ไม้หายากใกล้สูญพันธุ์

Author: Associate Prof. Dr.Kitichate Sridith
ผู้วิจัย: รองศาสตราจารย์ ดร. กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐ

Original Publiaction: Sridith. K. 1999. Four new species, a new variety, and a status change in Argostemma (Rubiaceae) from Thailand. Nord. J. Bot. 19(2): 173-174.

 

กลับสู่รายชื่อ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Argostemma  thaithongiae Sridith
ดาวเงินไทยทอง
Family Rubiaceae

            Perennail herbs, Stem erect, unbranched, or sometimes small lateral flowering shoots arising from the axils of foliage leaves, 9-19 cm long. Leaves opposite, in 2-3 pairs, the internodes between leaves very short – pseudoverticillate, leaf blade membranaceous, elliptic, acute at base, acute at apex, c. 22- 98 by 12-35 mm. Inflorescence terminal, sparsely branched, 6-22 flowers, a lax compound cyme. Corolla white, broadly bell-shape.
            The species was named after (Mrs.) Assoc. Prof. Dr. Obchunt THAITHONG, the author’s supervisor at Dept. of Botany, Chulalongkorn University.
หมายเหตุ ชื่อพืชชนิดนี้ตั้งตามชื่อของ รองศาสตราจารย์ ดร. อบฉันท์ ไทยทอง อาจารย์ของผู้วิจัย ณ ภาควิชาพฤกษศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Habitat: On moist limestone rocks over 1,000 m.
นิเวศวิทยา:  บนหินปูนที่ชุ่มชื้นที่อยู่สูงกว่า 1,000 เมตร


Distribution: Endemic to limestone-mountain over 1,000 m in northern Thailand: Chiangmai (Doi Ang-kang, Doi Chiang-dao).
การกระจายพันธุ์ : เป็นพืชถิ่นเดียวของเขาหินปูนที่สูงกว่า 1,000 เมตร ในภาคเหนือของประเทศไทย (เชียงใหม่ – ดอยอ่างขาง ดอยเชียงดาว)

Status: rare
สถานภาพ: พันธุ์ไม้หายากใกล้สูญพันธุ์

Author: Associate Prof. Dr.Kitichate Sridith
ผู้วิจัย:  รองศาสตราจารย์ ดร. กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐ

Original Publiaction: Sridith. K. 1999. Four new species, a new variety, and a status change in Argostemma (Rubiaceae) from Thailand. Nord. J. Bot. 19(2): 174-175.

 

กลับสู่รายชื่อ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Argostemma  puffii Sridith
ประดับหินสตูล
Family Rubiaceae

            Perennail herbs, Stem erect, unbranched, or sometimes small lateral flowering shoots arising from the axils of foliage leaves, 3 -8 cm long. Leaves opposite, in 3-4 pairs, the internodes between leaf pairs rather short on the uppermost past of the stem, slightly anisophyllus, leaf blade membranaceous, elliptic, acute at base, acute at apex, c. 37- 70 by 23-44 mm, upper leaf dark coloured, lower paler or lighter green, midrib and veins distinctly white. Inflorescence terminal, 12-16 flowers, a + lax compound cyme. Calyx succulent, Corolla white, bell-shape with relatively short tube.
            The species was named after Prof. Dr. Christain PUFF, the author’s supervisor at Institute of Botany, University of Vienna, Austria, the type collector.
หมายเหตุ ชื่อพืชชนิดนี้ตั้งตามชื่อของ ศาสตราจารย์ ดร. คริสเตียน พุฟ อาจารย์ของผู้วิจัย ณ สถาบันพฤกษศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยเวียนนา ประเทศออสเตรีย ผู้เก็บตัวอย่างคนแรก

Habitat: On moist limestone rocks.
นิเวศวิทยา:  บนหินปูนที่ชุ่มชื้น


Distribution: Thailand (Satul: Khao Toh-Ngai, Petra National Park); Malaysia (Langawi Isl.)
การกระจายพันธุ์ : ประเทศไทย (สตูล- เขาโต๊ะหงาย อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา) มาเลเซีย (เกาะลังกาวี)

Status: rare
สถานภาพ: พันธุ์ไม้หายากใกล้สูญพันธุ์

Author: Associate Prof. Dr.Kitichate Sridith
ผู้วิจัย:   รองศาสตราจารย์ ดร. กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐ

Original Publiaction: Sridith. K. 1999. Four new species, a new variety, and a status change in Argostemma (Rubiaceae) from Thailand. Nord. J. Bot. 19(2): 175-177.

 

 

กลับสู่รายชื่อ

 

 

Argostemma  lobulatum Geddes var. variabile Sridith
ประดับหินใบแปร
Family Rubiaceae

            Perennail herbs, Stem erect, unbranched, or sometimes small lateral flowering shoots arising from the axils of foliage leaves, 4-12 cm long. Leaves opposite, in 3-6 pairs, slightly anisophyllus, leaf blade membranaceous, elliptic, acute at base, acute at apex, c. 35- 70 by 22-40 mm, upper leaf dark coloured, lower paler or lighter green, yellowish when dry. Inflorescence terminal, 12-16 flowers, a lax compound cyme. Peduncle, pedicels and calyx glabrous; Calyx-lobes shortly rounded. Corolla white, bell-shape.

Habitat: On moist limestone in ever-green forest.
นิเวศวิทยา:  บนหินปูนในป่าดิบชื้น

Distribution: Endemic to southern Thailand
การกระจายพันธุ์:  พืชถิ่นเดียวในภาคใต้ของประเทศไทย

Status: rare
สถานภาพ: พันธุ์ไม้หายากใกล้สูญพันธุ์

Author: Associate Prof. Dr.Kitichate Sridith
ผู้ค้นพบ:     รองศาสตราจารย์ ดร. กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐ

Original Publiaction: Sridith. K. 1999. Four new species, a new variety, and a status change in Argostemma (Rubiaceae) from Thailand. Nord. J. Bot. 19(2): 177.

 

กลับสู่รายชื่อ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Argostemma fasiculata Sridith & K. Larsen
ประดับหินเขมร
Family Rubiaceae

            Perennail herbs, Stem erect, unbranched, 10-13 cm long. Leaves opposite, the first few pairs strongly reduced, 5-7 mm long with minute inter-petiolar stipules, internodes 7-15 mm, upper leaf pairs slightly anisophylluos to nearly isophyllous with very short – pseudoverticillate, forming an apical rosette. Inflorescence terminal with 2-4 branches forming a simple or compound cyme. Calyx persistent, coriaceous, green. Corolla white, star-shape with short tube. Anters coherent into an anther cone.

Habitat: In mixed shrubby, sclerophyllous montane forest, rich in epiphytes over 1,000 m.
นิเวศวิทยา: พบในสังคมพืชแบบไม้พุ่มเตี้ยยอดเขา สูงกว่า 1,000 เมตร

Distribution: Only known from type locality at southern summit of Phnom Bokor, Kampot Province, Cambodia.
การกระจายพันธุ์:   ไม่ถิ่นเดียวและเก็บตัวอย่างครั้งเดียวจาก ภูเขา พนมโบกอร์  จังหวัดกัมโพด ประเทศกัมพูชา

Status: very rare
สถานภาพ: พันธุ์ไม้หายากใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง

Author: Associate Prof. Dr.Kitichate Sridith; Prof. Dr. Kai Larsen (Emeritus Prof., Dept. of Systematic Botany, University of Ǻrhus, Denmark.
ผู้ค้นพบ: รองศาสตราจารย์ ดร. กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐ  และ ศาสตราจารย์ ดร. ไก ลาร์เส็น (ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ทางอนุกรมวิธานพืชแห่ง Dept. of Systematic Botany, University of Ǻrhus  ประเทศเดนมาร์ก)

Original Publiaction: Sridith. K. 1999. Argostemma fasiculata (Rubiaceae), a new species from Cambodia. Nord. J. Bot. 23(2): 169-171.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 Lepadella desmeti Segers & Chittapun, 2001      

      ลอริกาแข็งและแบน รูปทรงไข่ ลอริกาด้านหลังมีสันตามแนวยาวจำนวน 2 คู่ ปลายเปิดทางส่วนหัวเว้า ส่วนขามีปล้องจำนวน 3 ปล้อง ขาทั้งสองข้างยาวเท่ากันและปลายแหลม

การแพร่กระจาย: พบครั้งแรกเพียงตัวเดียวจากแม่น้ำ Ichilo ประเทศ Bolinia และต่อมาพบตัวอย่างเพิ่มเติมจากป่าพรุไม้ขาว พรุจูด พรุจิก และพรุเจ๊ะสัน ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งของจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย

      Lorica stiff relatively flat . Outline oval. Dorsal plate convex, with two pairs of rounded longitudinal ridges caudal end indented. Head aperture concave. Foot three pseudosegmented. Toes equal and acutely pointed tips.

Distribution: A single specimen was found from Ichilo river, Bolinia. Then, it was discovered from Mai-Khao peat swamp and reported later from Jood, Jik and Jae-Son peat swamps. This suggests to be cosmopolitan species, but rare.

วารสารที่ตีพิมพ์: Belg. J. Zool. 131(2) 2001:25-31

ผู้ค้นพบ: Dr. Hendrik Segers & ดร.สุเปญญา จิตตพันธ์

 

กลับสู่รายชื่อ

 

 

 

 

 

 

 

 

Cephalodella songkhlaensis Segers & Pholpunthin, 1997

      ตัวค่อนข้างกลม ทางด้านหลังมีสันตามแนวยาวขึ้นมาจนถึงกลางหลัง มีหางสั้นและกว้างอยู่บนส่วนเท้า ขาทั้งสองข้างโค้ง ปลายแหลม และบริเวณกลางขามีรอยหยักเห็นได้ชัดเจน โทรฟีมีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของชนิดนี้

การแพร่กระจาย: พบครั้งแรกที่ทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีรายงานจากบริเวณอื่น

      Body bulbous. A dorsal posterior rounded lump present. Tail short, broad, reaching beyond the foot. Toes slightly bent, smoothly tapering to acute distal point with medially marked. Trophi type A.

Distribution: It is so far known from Thale-Noi Lake only, endemic to type locality.

วารสารที่ตีพิมพ์: Annls. Limnol. 33(1) 1997: 13-21

ผู้ค้นพบ: Dr. Hendrik Segers & รศ.ดร.พรศิลป์ ผลพันธิน

 

กลับสู่รายชื่อ

 

 

 

 

 Lecane kunthuleensis Chittapun, Pholpunthin & Segers, 2003

     ลอริกาเป็นรูปตัว “U” ปลายเปิดทางด้านบน ตรงลอริกาทั้งด้านหน้าและหลังมีลวดลาย มีขา 1 ข้าง ปลายขามี pseudoclaws จำนวน 2 claws  ส่วนขาจากด้านปลายขึ้นมาประมาณ 2 ใน 5 ส่วน มีรอยคอด

การแพร่กระจาย: พบครั้งแรกจากพรุคันธุลี จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีรายงานจากบริเวณอื่น

      Lorica U shape, head aperture margins straight, dorsal and ventral lorica ornamented. Single parallel sided toe present, with a pair of pseudoclaws and accessory claws and transverse constriction at 2/5th from the toe tip.

Distribution: It is so far known from Kunthulee peat swamp only, endemic to type locality.

วารสารที่ตีพิมพ์: Hydrobiologia 501 2003: 7-12

ผู้ค้นพบ: ดร.สุเปญญา จิตตพันธ์, รศ.ดร.พรศิลป์ ผลพันธิน & Dr. Hendrik Segers


กลับสู่รายชื่อ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Colurella sanoamuangae Chittapun, Pholpunthin & Segers, 2001

      ลอริกาแบนทางด้านข้าง ส่วนหัวด้านท้องมีรอยเว้าเป็นรูปตัว “V” เมื่อมองทางด้านข้างจะเห็นปลายด้านล่างของลอริกามีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมและยื่นออกไปเล็กน้อย ส่วนเท้ามี 3 ปล้อง ขาทั้งสองข้างยาวเท่ากันและมีปลายแหลม

การแพร่กระจาย: พบครั้งแรกในทะเลน้อยเพียงตัวอย่างเดียว และต่อมาพบในพรุไม้ขาว พรุจูด และพรุจิก ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งของจังหวัดภูเก็ต มีการแพร่กระจายเฉพาะในภาคใต้เท่านั้น

      Lorica laterally compressed. Head V-shaped sinus in anterior view. Posterior end of lorica, in lateral view, slightly projecting, triangular tip. Foot with three pseudosegments. Toes relatively long, smoothly tapering to an acute point distally.

Distribution: A single specimen was found from Thale-Noi Lake. Then it was described from Mai-Khao peat swamp and reported later from Jood and Jik peat swamp. This suggests to be endemic species to southern Thailand.

วารสารที่ตีพิมพ์: Internat. Rev. Hydrobiol. 84(6) 1999: 587-593

ผู้ค้นพบ: ดร.สุเปญญา จิตตพันธ์, รศ.ดร.พรศิลป์ ผลพันธิน & Dr. Hendrik Segers

 

กลับสู่รายชื่อ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Trichocerca siamensis Segers & Pholpunthin, 1997

      ลำตัวกลม มีรอยหยักอยู่รอบบริเวณปลายเปิดทางส่วนหัว และมีหนามแหลม 1 เส้น ยื่นยาวและโค้งเล็กน้อยปรากฏให้เห็น ส่วนเท้ามีลักษณะเป็นรูปถ้วย อยู่บริเวณด้านข้างของลำตัว ขาทั้งสองข้างยาวเท่ากัน

การแพร่กระจาย: พบครั้งแรกในทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง และมีรายงานเพิ่มเติมจากป่าพรุโต๊ะแดง จังหวัดนราธิวาส

      Body stout. Head aperture with strongly elongate, acutely pointed and weakly curved spine right-dorsally. Remaining part of head aperture with parallel folds. Foot conical, inserted subdistally and ventrally. Toes equal length.

Distribution: It was known from Thale-Noi Lake and reported later from To-Daeng peat swamp. This suggests to be endemic to southern Thailand.

วารสารที่ตีพิมพ์: Annls. Limnol. 33(1) 1997: 13-21

ผู้ค้นพบ: Dr. Hendrik Segers & รศ.ดร.พรศิลป์ ผลพันธิน

 

กลับสู่รายชื่อ

 

 

 

 

 

 

 

Keratella taksinensis Chittapun, Pholpunthin & Segers, 2002

      ลอริกายาวเป็นสองเท่าของความกว้าง ขอบด้านข้างขนานกัน ปลายเปิดทางด้านบนมีหนาม 3 คู่ ส่วนปลายด้านล่างมนและไม่มีหนาม แนวตรงกลางด้านหลังมีแผ่นเปลือกจำนวน 4 แผ่นเรียงต่อกัน และต่อด้วยแนวสันตรงกลาง ยาวไปจนถึงปลายด้านล่าง แผ่นเปลือกด้านหลังมีลวดลายเป็นตุ่ม

การแพร่กระจาย: พบครั้งแรกจากป่าพรุโต๊ะแดง จังหวัดนราธิวาส และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีรายงานจากบริเวณอื่น

      Lorica nearly twice as long as wide, lateral margins nearly parallel, three pairs anterior spines well-developed, posteriorly rounded. No posterior spines. Four enclosed median facets on the dorsal lorica, posteriorly terminating in a mid-dorsal ridge. Lorica surface ornamented with large pustules.

Distribution: It is so far known from To-Daeng peat swamp only, endemic to type locality.

วารสารที่ตีพิมพ์: Ann. Limnol. 38(3) 2002: 185-190

ผู้ค้นพบ: ดร.สุเปญญา จิตตพันธ์, รศ.ดร.พรศิลป์ ผลพันธิน & Dr. Hendrik Segers

 

กลับสู่รายชื่อ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Colurella psammophila Segers & Chittapun, 1999

      ลอริกาแบนทางด้านข้าง บริเวณตรงกลางของส่วนหัวด้านหน้าโค้งออกเล็กน้อย  ลอริกาไม่ปกคลุมส่วนเท้า ส่วนเท้ามีร่องรอยของเส้นแบ่งออกเป็น 3 ปล้อง ขาทั้งสองข้างยาวเท่ากันและโค้งเล็กน้อย

การแพร่กระจาย: พบครั้งแรกในพรุไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีรายงานจากบริเวณอื่น

      Lorica laterally compressed, ventral sulcus shallow. Head aperture margins dorsally and ventrally straight, medially curved. No lorica extensions lateral to the foot. Foot with three pseudosegments. Toes equal, straight to weakly curved.

Distribution: It is so far known from Mai-Khao peat swamp only, endemic to type locality.

วารสารที่ตีพิมพ์: Belg. J. Zool. 131(2) 2001:25-31

ผู้ค้นพบ: Dr. Hendrik Segers & ดร.สุเปญญา จิตตพันธ์

 

กลับสู่รายชื่อ


 

 

Encentrum pornsilpi Segers & Chittapun, 2001

      ลำตัวยาวเป็นรูปกระสวย ผนังลำตัวบางและใส ส่วนลำตัวปรากฏรอยคอดบางๆ ไม่มีหาง ส่วนเท้าสั้นและเป็นรูปกรวย ขาทั้งสองข้างสั้น ต้นขาใหญ่ ปลายขาแหลม และระหว่างขาทั้งสองมีแผ่นขนาดเล็กกั้นอยู่

การแพร่กระจาย: พบครั้งแรกในพรุไม้ขาว ต่อมามีรายงานเพิ่มขึ้นจากพรุจูด และพรุเจ๊ะสัน ดังนั้นโรติเฟอร์ชนิดนี้น่าจะมีการกระจายอยู่ตามแนวชายฝั่งของจังหวัดภูเก็ต

      Body elongate, fusiform, cuticle soft, transparent. Trunk with weak constrictions. Tail absent. Foot short, conical in lateral view. Toes short, bases swollen, with papilla between toes.

Distribution: It was discovered from Mai-Khao peat swamp and has been reported from Jood and Jae-Son peat swamps. This suggests its distribution as endemic to coastal peat swamp.

วารสารที่ตีพิมพ์: Belg. J. Zool. 131(2) 2001:25-31

ผู้ค้นพบ: Dr. Hendrik Segers & ดร.สุเปญญา จิตตพันธ์

 

กลับสู่รายชื่อ

 

   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Macrothrix pholpunthini Kotov, Maiphae & Sanoamuang, 2005

Etymology: this species is dedicated to Dr P. PHOLPUNTHIN, hydrobiologist at Prince of Songkla University.

Type locality: Lake Kud-Thing, a shallow, natural lake, situated in the Mekong floodplain between 23 ํ 13 ํ - 25 ํ 7 ํ N and 59 ํ 47 ํ- 62 ํ 29 ํ E in Bung Kan District, Nong Khai Province, NE Thailand. It has an area of 4.80 km2 and a maximum depth of 7 m. Margins of this shallow lake are covered with dense macrophytes, predominantly Ceratophyllum demersum Linn. and Ottelia alismoides Pers.

Size: parthenogenetic females from Lake Kud-Thing 0.45-1.01 mm (n=50); ephippial female 0.83 mm (n=1); adult male 0.44 mm (n=1).

Differential diagnosis: Among all studied forms, only 4 species have a distinct spine at postero-dorsal angle: M. malaysiensis, M. sioli, M. brandorffi and M. pholpunthini. Among them, only M. sioli and M. pholpunthini have dorsal margin of valves remarkably elevated under dorsal margin of head. However, M. pholpunthini has lateral flaps near the anus (main discriminative feature) and also (1) deeper depression on head ventral margin posteriorly to joint of antenna I; (2) more numerous spinules on preanal margin of postabdomen; (3) shorter distal sensory seta on basal segment of antenna II; (4) very different armature of soft setae on endite 2 of limb I; (5) distalmost seta of filter plate II with "normal" setules [see description of KOTOV & HOLLWEDEL (2004) for comparison].

Taxonomical comments: This taxon was firstly found by SAENG-AROON 2001 and SAENG-AROON & SANOAMUANG 2002 and determined as M. sioli. Then KOTOV & HOLLWEDEL (2004) found differences with true Brazilian M. sioli, and determined the former as M. malaysiensis. Indeed, KOTOV & HOLLWEDEL (2004) decided that IDRIS & FERNANDO (1981b) saw only juveniles of M. malaysiensis, while specimens of "M. sioli" sensu SAENG-AROON 2001 are "older" females. Juveniles of the latter are really similar with the former. But now, after our study of paratypes of M. malaysiensis, we conclude that these are two separate species.

Distribution: M. pholpunthini sp. nov. is known only from Thailand, where it is not too rare.

กลับสู่รายชื่อ

 

 

 

 

 

 

Johora thaiana Leelawathanagoon, Lheknim & Ng, 2005
Family Potamidae

แหล่งอาศัย: ซอกหินพื้นท้องน้ำในลำธารที่มีน้ำใสสะอาดไหลช้า จนถึงปานกลาง

การแพร่กระจาย: พื้นที่ต้นน้ำแม่น้ำโกลก ในเขตอำเภอแว้ง และพื้นที่ต้นน้ำแม่น้ำสายบุรี ในเขตอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส

ที่มาของชื่อ: ปูในสกุล Johora มีรายงานการแพร่กระจายในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์เท่านั้น การพบปูชนิดนี้เป็นรายงานการค้นพบปูสกุลนี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทยด้วย จึงเสนอตั้งชื่อเพื่อบอกแหล่งที่มา

 

กลับสู่รายชื่อ