สนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช
อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ตามพระราชปณิธาน

พัฒนาบุคลากร อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรพันธุกรรมพืช
ให้เกิดประโยชน์แก่มหาชนชาวไทย


ความเป็นมาของโครงการ
          เมื่อปี พ.ศ.2503 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริที่จะสงวนบริเวณ ป่าต้นยาง ที่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ไว้เป็นสวนสาธารณะด้วยพระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์ แต่ไม่สามารถ จัดถวายตามพระราชประสงค์เพราะมีราษฎรเข้ามาทำไร่ ทำสวนในบริเวณนั้นมาก จะต้องจ่ายเงินทดแทนในการจัดหาที่ใหม่ในอัตราที่ไม่สามารถ จัดได้ เมื่อไม่สามารถดำเนินการปกปักรักษาต้นยางนาที่อำเภอท่ายางได้ จึงทรงทดลอง ปลูกต้นยางเอง โดยทรงเพาะเมล็ดที่เก็บจากต้นยางนาในเขตอำเภอท่ายาง ในกระถาง บนพระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน และทรงปลูกต้นยางนาเหล่านั้นใน แปลงทดลองป่าสาธิตใกล้พระตำหนักเรือนต้น สวนจิตรลดา ในปี พ.ศ. 2504 ซึ่งนับเป็นปฐมฤกษ์ของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช แม้ว่าต้นยางนาที่อำเภอท่ายางสูญสิ้น แต่ พันธุกรรมของยางนาเหล่านั้น ยังอนุรักษ์ไว้ในสวนจิตรลดา ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำพรรณไม้จากภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศมาปลูกในบริเวณสวนจิตรลดา เพื่อให้เป็นที่ศึกษาพรรณไม้ของนิสิตแทนที่จะต้องเดินทางไปทั่วประเทศ

          พ.ศ.2535 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริ กับนายแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการพระราชวังและผู้อำนวยการโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชโดยมอบหมายให้ฝ่ายวิชาการ โครงการส่วนพระองค์ฯ เป็นผู้ดำเนินการมีพระราชานุมัติแต่งตั้งคณะทำงาน และแผนงาน ในเดือนเมษายน 2536 และกำหนดกิจกรรมของโครงการใน พ.ศ. 2537

         เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2536 ณ อาคารที่ประทับในสำนักงานชลประทาน เขต 1 ถนนทุ่งโฮเต็ล จังหวัดเชียงใหม่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชปรารภ พระราชดำริ และพระราชทานแนวทางการ
ดำเนินการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมทั้งระราชทานแนวทางการสอนและอบรมให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ควรใช้วิธีปลูกฝังให้เด็กเห็นความงดงาม ความน่าสนใจของพืชพรรณและเกิดความปิติที่จะทำ การศึกษาและอนุรักษ์ต่อไป การใช้วิธีการสอนการอบรมที่ให้ความรู้สึกกลัวว่า หากไม่ อนุรักษ์แล้วจะเกิดผลเสีย เกิดอันตรายแก่ตนเองจะทำให้เด็กเกิดความเครียดซึ่งจะเป็น ผลเสียต่อประเทศในระยะยาว


         ต่อมาในวันที่ 14 สิงหาคม 2540 ในคราวประชุมประจำปีโครงการอนุรักษ์ พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราโชวาทว่าเรื่องที่จะสอนให้นักเรียนหรือให้เด็กมีความรู้ และมีความรักในทรัพยากร คือ ความรักชาติ รักแผ่นดินนี้ก็คือ รักสิ่งที่ เป็นสมบัติของตัวเขานั้น ทำได้โดยสร้างความรักความเข้าใจ ถ้าใครไม่รู้จักกัน เราก็ไม่มีความสัมพันธ์ ไม่มีความผูกพันต่อกัน แต่ถ้าให้รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรหรือว่าทำงานก็จะรู้สึกชื่นชมและรักหวงแหน ในสิ่งนี้ว่าเป็นของตนและจะทำให้เกิดประโยชน์ได้ นอกจากพืชพรรณแล้วสิ่งที่มีในธรรมชาติสิ่งที่หาได้ง่ายๆ นั้นก็อาจเป็นอุปกรณ์ในการสอนวิชาต่างๆ ได้หลายอย่าง หรือเป็นตัวอย่างงานศึกษาวิทยาศาสตร์และวิชาอื่นๆ ในระยะนี้เท่าที่เห็นมาก็มีการศึกษาวิชาการด้านศิลปวัฒนธรรมอาชีพท้องถิ่นมาบ้างแต่ในด้านของธรรมชาตินั้นยังมีค่อนข้างน้อยเท่าที่ได้ไปแนะนำเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรนั้นก็ไม่ใช่จะให้ปลูกป่าหรือว่าให้อนุรักษ์ดินปลูกหญ้าแฝกอย่างเดียวพยายามให้ออกไปดูข้างๆโรงเรียนว่าที่นั่นมีอะไรอยู่ต้นไม้นั้นชื่ออะไรเป็นอะไร

         ระหว่างปี พ.ศ. 2539 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานคอมพิวเตอร์พร้อมเครื่องสแกนเนอร์ ให้พิพิธภัณฑ์พืช คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และให้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ร่วมกับพิพิธภัณฑ์พืช คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดถ่ายภาพตัวอย่างพรรณไม้แห้งที่รวบรวม ไว้มากกว่า 25,000 ตัวอย่าง แล้วจัดบันทึกลงบนแผ่นซีดีรอม พร้อมทั้งโปรดเกล้าฯ พระราชทานแผ่นบันทึกชุดนี้แก่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2544 ในคราวเสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ “ทรัพยากรไทย : อนุรักษ์และ พัฒนาด้วยจิตสำนึกแห่งนักวิจัยไทย” 21-27 มิถุนายน 2544 ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ยังได้ส่งบุคลากรร่วม ปฏิบัติงานสำรวจตาม โครงการสำรวจหมู่เกาะและทะเลไทยในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน โดยปฏิบัติงานร่วมกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชในพระราชดำริฯ สวนจิตรลดาและ กองทัพเรือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542

         เพื่อเป็นการสานต่อพระราชปณิธานแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ทำหนังสือขอพระราชทานพระราชวโรกาสขอสนองพระราชดำริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ และ ได้รับพระราชานุญาตให้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตามคำสั่งที่ อพ.สธ. 25/2545และหนังสือที่ รล. 0008/2654 ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2545 กรอบแนวทางดำเนินงาน เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์และพระราชปณิธานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ สนองพระราชดำริโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงกำหนดกรอบแนวทางการดำเนินงานตามแนวทางโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชในพระราชดำริฯ โดยยึดพระราชดำรัสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานในพระราชวโรกาสต่างๆ และอยู่ในกรอบพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ พระราชทานไว้ทั้งหมดเป็นหลัก ดังนี้
         1. เน้นและให้ความสำคัญกับการดำเนินงานทางด้านวิชาการเป็นหลัก โดยเฉพาะการดำเนินงานศึกษาทดลองวิจัยเพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากแหล่งพันธุกรรม
         2. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลในการอนุรักษ์พันธุกรรมสิ่งมีชีวิต เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายและเกิดประโยชน์สูงสุด
         3. จัดการดำเนินงานด้านการเรียนรู้ทรัพยากรและการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรม สิ่งมีชีวิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

กิจกรรมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ สนองพระราชดำริ โดยคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
โดยการดำเนินงานของพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาฯ และสถานวิจัยความ เป็นเลิศความหลากหลายทางชีวภาพแห่งคาบสมุทรไทย คณะวิทยาศาสตร์ได้ร่วมสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ตามกรอบแนว ทางการดำเนินการที่โครงการฯ ดำเนินการอยู่ 4 กิจกรรมคือ
กิจกรรมที่ 1. กิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืช
         1.1 โครงการพื้นที่ปกปักพันธุกรรมสิ่งมีชิวิตเขาคอหงส์
         1.2 โครงการศึกษาความหลากชนิด ประชากรและการกระจายของสัตว์เลี้ยงลูก ด้วยนมในพื้นที่ปกปักเขาคอหงส์
         1.3 โครงการฝึกอบรม ตามกิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืช
กิจกรรมที่ 2. กิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืช
         2.1 โครงการการติดตามและประเมินผลการเปลี่ยนแปลงทรัพยากรหญ้าทะเลบริเวณอันดามันตอนล่าง ประเทศไทย
         2.2 โครงการสำรวจประชากรเต่าทะเลบนเกาะพระทอง
         2.3 โครงการการสำรวจและรวบรวมพรรณปลาน้ำจืดในลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก
กิจกรรมที่ 5. กิจกรรมศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช
         5.1 โครงการจัดทำฐานข้อมูลค้างคาวของประเทศไทย
         5.2 โครงการจัดทำฐานข้อมูลพรรณสัตวชาติ
         5.3 โครงการจัดทำฐานข้อมูลพรรณพฤกษา
กิจกรรมที่ 8. กิจกรรมพิเศษสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช
         8.1 โครงการพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา
         8.2 โครงการอบรมติดตามและประเมินผลการเปลี่ยนแปลงทรัพยากรหญ้าทะเล
         8.3 โครงการทางเดินศึกษาธรรมชาติวิทยาในพื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืชบริเวณเขาคอหงส์
         8.4 โครงการจัดตั้งชมรมธรรมชาติศึกษา