Home



นักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ ม.อ. ค้นพบสัตว์ชนิดใหม่ของโลก (อ่าน 2755 ครั้ง)
 

นักวิจัยสัตว์ป่าจากสถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ-ป่าฮาลาบาลา กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับนักวิจัยจากพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ๕๐ พรรษา สยามบรมราชกุมารี ม.สงขลานครินทร์ ร่วมกันค้นพบค้างคาวแวมไพร์แปลงสกุลใหม่และชนิดใหม่ของโลก (new genus and new species of false vampire bat)

 

วันที่ 2 เม.ย. 2558 ที่ม.สงขลานครินทร์ ทีมนักวิจัยนำโดย ดร.พิพัฒน์ สร้อยสุข นักวิจัยจากพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ๕๐ พรรษา สยามบรมราชกุมารี ม.สงขลานครินทร์ ร่วมกับสถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ-ป่าฮาลาบาลากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกันแถลงข่าวการค้นพบค้างคาวสกุลใหม่และชนิดใหม่ของโลก ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่าค้างคาวชนิดนี้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Eudiscoderma thongareeae มีชื่อไทยว่าค้างคาวแวมไพร์แปลงทองอารีย์ และชื่อสามัญว่า Thongaree's Disc-nosed Bat โดยค้างคาวสกุลใหม่นี้จัดอยู่ในวงศ์ค้างคาวแวมไพร์แปลง (family Megadermatidae) แต่มีลักษณะที่แตกต่างจากอีก 4 สกุลที่มีในวงศ์นี้ โดยมีแผ่นจมูกเป็นรูปวงกลม จึงตั้งชื่อสกุลว่า Eudiscoderma ที่หมายถึงแผ่นจมูกเป็นรูปวงกลมคล้ายแผ่นดิสก์ และตั้งชื่อชนิดว่า Eudiscoderma thongareeae เพื่อเป็นเกียรติแก่คุณศิริพร ทองอารีย์ อดีตหัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ-ป่าฮาลาบาลา ผู้ทำงานวิจัยเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าในพื้นที่ภาคใต้ของไทยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยมาตลอดชีวิตราชการจนกระทั่งเกษียนอายุเมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว

บทความการค้นพบและตั้งชื่อค้างคาวแวมไพร์แปลงทองอารีย์นี้ได้รับการตีพิมพ์รายงานอย่างเป็นทางการในวารสารวิชาการ Zootaxa โดยค้างคาวชนิดนี้ถูกพบครั้งแรกโดยคุณอมร ประจักษ์จิตร หนึ่งในผู้เขียนร่วมของการศึกษานี้ เมื่อ 14 ปีที่แล้ว ซึ่งขณะนั้นคุณอมรเป็นผู้ช่วยวิจัยของคุณศิริพรที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ-ป่าฮาลาบาลา และเข้าใจว่าน่าจะเป็นค้างคาวชนิดใหม่ในสกุล Megaderma ที่พบได้ทั่วไปในเอเชีย แต่หลังจากมีตัวอย่างเพิ่มเติมและคณะผู้เขียนบทความได้เทียบเคียงกับตัวอย่างค้างคาวสกุลอื่นๆในออสเตรเลียและอาฟริกาแล้วพบว่าจริงๆแล้วเป็นค้างคาวสกุลใหม่เลยด้วย

 

และอีก 1 ทีมนักวิจัยนำโดย ดร.โสภาค จันทฤทธิ์ อาจารย์ประจำพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ๕๐ พรรษา สยามบรมราชกุมารี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกันแถลงข่าวการค้นพบแมลงหางดีดชนิดใหม่ของโลก 6 ชนิด จาก 2 สกุล คือ สกุล Cyphoderopsis (สกุลแมลงหางดีดหางหนามซึ่งเป็นการรายงานการพบครั้งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (New record) โดยพบเฉพาะบริเวณคาบสมุทรไทยตอนล่างของคอคอดกระลงมาเท่านั้น ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความสำคัญของคอคอดกระที่เป็นรอยต่อสำคัญของการแพร่กระจายของสิ่งมีชีวิตตามหลักสัตวภูมิศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลักษณะเด่นของแมลงหางดีดสกลุนี้ คือ มีส่วนของหางที่มีหนามแข็ง (spine) โผล่ขึ้นมาตลอด โดยพบจำนวน 4 ชนิด และส่วนใหญ่ตั้งชื่อให้เกียรติแก่สถานที่ที่ค้นพบ คือ 1. แมลงหางดีดหางหนามพังงา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cyphoderopsis phangnga พบบริเวณซากใบไม้ ในป่าของอำเภอเมือง จังหวัดพังงา 2. แมลงหางดีดหางหนามท่าชนะ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cyphoderopsis thachana พบในถ้ำใหญ่ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฏร์ธานี 3. แมลงหางดีดหางหนามเขาพัง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cyphoderopsis khaophang พบในถ้ำเขาพัง อำเภอพนม จังหวัดสุราษฏร์ธานี 4. แมลงหางดีดหางหนามพนม มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cyphoderopsis cavicola พบในถ้ำเขาพัง อำเภอพนม จังหวัดสุราษฏร์ธานีเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังค้นพบแมลงหางดีดในสกุล Cyphoderus (สกุลแมลงหางดีดหางขนนกซึ่งพบแพร่กระจายในถ้ำต่าง ๆ ทั่วประเทศ จำนวน 2 ชนิด คือ 1. แมลงหางดีดหางขนนกสงขลา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cyphoderus songkhlaensis พบในถ้ำเขานุ้ย อำเภอรัฐภูมิ จังหวัดสงขลา และ 2. แมลงหางดีดหางขนนกเขาฉกรรจ์ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cyphoderus khaochakanus พบในถ้ำมืด อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งลักษณะเด่นของแมลงหางดีดสกลุนี้ คือ เกร็ดบาง (scale) ปกคลุมทั่วตัวและบริเวณส่วนของหางมีลักษณะคล้ายขนนก โดยการศึกษาครั้งนี้ ได้ทำงานร่วมกันกับ Dr. Louis Deharveng จากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และได้รับตีพิมพ์ลงในวารสารวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ  

ดร. โสภาค จันทฤทธิ์ กล่าวต่อว่า ยังมีแมลงหางดีดชนิดใหม่ของโลกอีกหลายชนิดในประเทศไทยที่รอการค้นพบอยู่ ดังนั้นการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการยืนยันถึงความหลากหลายทางทรัพยากรชีวภาพของประเทศซึ่งเป็นสมบัติที่ล้ำค่าแล้ว ยังเป็นข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นในการจัดเก็บข้อมูล การศึกษางานทางด้านอนุกรมวิธาน การศึกษาการแพร่กระจายและการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต ตลอดจนการทำการศึกษาวิจัยเชิงลึกและพัฒนาองค์ความรู้ต่อยอด และการจัดการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

 

 
วันที่ลงข่าว : 27/01/2016 14:14:29
ข้อมูลโดย : หน่วยพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา



คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
15 ถ.กาญจนวณิชย์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
โทรศัพท์ 074-288022 โทรสาร 074-558844

อีเมล์
sci-pr@group.psu.ac.th
ติดต่อ Web Master
ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2556 มีผู้เข้าชมทั้งสิ้น คน